เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี

Quick Nav - Menu

KKOPenZoo
the park buffe 499
Samitivej
Thaioil
PacificPark
U-BAR
pub 10
Somsri Kitchen
งานกองข้าว2559
แห่พญายม2559
PM-Silalert
ChonburiTV
Pop Burapha
P'Chun Coffee
JoJo Perfume
สายด่วนพญาไทย

User Menu

Gameboy

Login Form






ลืมรหัสผ่าน?

Started 14 Feb, 2009

 This site has seen 163,887,455 hits to-date.   This site has seen 163,887,455 hits to-date.   This site has seen 163,887,455 hits to-date.   This site has seen 163,887,455 hits to-date.   This site has seen 163,887,455 hits to-date.   This site has seen 163,887,455 hits to-date.   This site has seen 163,887,455 hits to-date.   This site has seen 163,887,455 hits to-date.   This site has seen 163,887,455 hits to-date.
powered_by.png, 1 kB

Home
การบริหารแรงงานในภาวะวิกฤติฯ พิมพ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธานเปิดการสัมมนา”การบริหารแรงงานในภาวะวิกฤติและการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมายแรงงานในกรณ๊ที่มีการเลิกจ้าง”แก่สมาชิกสมาคมญี่ปุ่นในจ.ชลบุรีและจ.ระยอง

Image

     ที่  ห้องบางกอกคอนเวนชั่น โรงแรมเดอะซิตี้ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธานเปิดการสัมมนา”การบริหารแรงงานในภาวะวิกฤติและการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานในกรณีที่มีการเลิกจ้าง”แก่สมาชิกสมาคมญี่ปุ่นในจ.ชลบุรีและจ.ระยองซึ่งเป็นผู้บริหารสถานประกอบกิจการชาวญี่ปุ่นทั้ง 2 จังหวัดจำนวน 100 คนโดยนางอัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้กล่าวรายงานว่า ทางสมาคมญี่ปุ่นในจ.ชลบุรีและจ.ระยองซึ่งเป็นผู้จัดการสัมมนา ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารแรงงานในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจและการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมายแรงงานในกรณีที่มีการเลิกจ้างเพื่อส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ที่ดีในสถานประกอบกิจการของสมาชิกรวมทั้งรับทราบหลักในการปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฏหมายแรงงานในการใช้มาตราการต่างๆในภาวะวิกฤติปัจจุบัน

     โดยนายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่ามีความมั่นใจว่าผู้บริหารชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นนายจ้างและเจ้าของสถานประกอบกิจการในประเทศไทยซึ่งมีจำนวน8,059 แห่งมีลูกจ้างอยู่ในความควบคุมดูแลประมาณ 320,833 คนเป็นนักลงทุนที่เคารพในกฎหมายระเบียบกติกาต่างๆอย่างเคร่งครัดมีการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างถูกต้องและให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ

     โดยทางกระทรวงแรงงานได้กำหนดนโยบายด้านแรงงานโดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการเลิกจ้างงานเป็นวาระแห่งชาติและดำเนินการแก้ไขปัญหาการเลิกจ้างว่างงานภายใต้กรอบมาตรการ3ลด3เพิ่มได้แก่ ลดการเลิกจ้าง ลดการเคลื่อนย้ายแรงงาน ลดค่าครองชีพของลูกจ้างและผู้ว่างงาน เพิ่มการจ้างงานและตำแหน่งงานเพิ่มทางเลือกการประกอบอาชีพและเพิ่มทักษะฝีมือแรงงาน และยังมีแนวทางหนึ่งที่กระทรวงแรงงานสามารถจะสนับสนุนการดำเนินมาตรการของผู้ประกอบการในการรักษาลูกจ้างคนงานไว้ในระบบคือลดอัตราเงินสมทบที่ได้นำส่งกองทุนประกันสังคมทุกเดือนจากเดิมร้อยละ5 ของค่าจ้างเป็นร้อยละ3ของค่าจ้าง โดยเป็นการลดอัตราเงินสมทบเฉพาะในส่วนของนายจ้างและลูกจ้างผู้ประกันตน ขณะที่ทางรัฐบาลยังคงจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในอัตราเดิมจะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องและบรรเทาภาระของนายจ้างในการรักษาลูกจ้างคนงานไว้ในระบบจ้างงาน

     ขณะเดียวกันนั้นการลดอัตราเงินสมทบอัตราดังกล่าวจะไม่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนผู้ประกันตนยังคงได้รับความคุ้มครองดูแลทุกกรณีเช่นเดิม ซึ่งขณะนี้การออกกฎหมายกฎกระทรวงเพื่อลดอัตราเงินสมทบดังกล่าวอยู่ในระหว่างการเร่งรัดดำเนินการคาดว่าจะมีผลใช้บังคับได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2552

Image

Image

Image

Image

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Date

อาทิตย์, 01 พฤศจิกายน 2020
Phyathai
thailand base 2563
Robinson Sriracha
SRC-monopoly
SS-monopoly
Bangpra-monopoly
LCB-monopoly
ม.บูรพา
PChonburi
แปซิฟิคโฮม-แปซิฟิคซิตี้โฮม
sizzler
kartsพ่นกันสนิมรถยนต์

Who's Online

เมนูอร่อย 399 แปซิฟิคพาร์ค โฮเทล
(C) 2020 Buraphanews.com
www.buraphanews.com All rights reserved.